กองทัพเรือ อัญเชิญเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ ลงน้ำเพื่อเตรียมการในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

กองทัพเรือ อัญเชิญเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ ลงน้ำเพื่อเตรียมการในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๐๐ น. กองทัพเรือ ได้จัดให้มีการอัญเชิญเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ ลงน้ำ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ในวันที่ 
๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ โดยเมื่อเรือพระที่นั่ง นารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ ถูกอัญเชิญลงจากคาน นายเรือ
พระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ พร้อมกำลังพลประจำเรือ ได้ประกอบพิธีจุดธูปเทียนไหว้แม่ย่านางเรือ และถวายบังคมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นจึงเคลื่อนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ จากคลองบางกอกน้อย ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา มุ่งหน้าสู่อู่ทหารเรือธนบุรี ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร ในเส้นทางสวนเฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา (สถานีรถไฟบางกอกน้อยเดิม) โรงพยาบาลศิริราช ท่ามหาราช ท่าช้าง วัดระฆังโฆสิตาราม 
ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที จึงเข้าจอดยังอู่หมายเลข ๑ อู่ทหารเรือธนบุรี ทั้งนี้ การอัญเชิญเรือพระที่นั่งลงน้ำ

ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งจำนวน ๔ ลำคือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์  เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ โดยจะอัญเชิญลงน้ำและเข้าจอด ณ อู่หมายเลข ๑ อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ระหว่างวันที่ ๕ - ๘ สิงหาคม ๒๕๖๙ วันละ ๑ ลำ ตามลำดับ

สำหรับเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ จัดเป็นเรือพระที่นั่งกิ่ง ลำเดิมสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีชื่อว่า “มงคลสุบรรณ” หัวเรือเป็นรูป พระครุฑพ่าห์ มีช่องกลมสำหรับติดตั้งปืนใหญ่ อยู่ที่หัวเรือใต้ตัวครุฑ มีความยาว ๑๗ วา ๓ ศอก กว้าง ๕ ศอก ๕ นิ้ว ลึก ๑ ศอก ๖ นิ้ว กำลัง ๖ ศอก ๖ นิ้ว พื้นท้องเรือภายนอก ทาสีแดง ฝีพาย ๖๕ คน ต่อมาในรัชกาลที่ ๔ ได้มีพระราชดำริให้เสริมรูปพระนารายณ์ยืนประทับ
บนหลังครุฑ เพื่อความเป็นสง่างามของลำเรือ และเพื่อให้ต้องตามคติในศาสนาพราหมณ์ เทวรูปพระนารายณ์
ที่สร้างขึ้นใหม่ในรัชกาลที่ ๔ นั้น สร้างด้วยไม้จำหลักปิดทองประดับกระจกองค์พระนารายณ์ทรงเครื่องภูษิตาภรณ์และมงกุฎยอดชัยพระพักตร์และพระวรกายประดับกระจกสีขาบ (สีน้ำเงินเข้ม) มี ๔ พระกร ทรงเทพศาสตรา
คือ ตรี คทา จักร สังข์ ตามคติของพราหมณ์ซึ่งปรากฏในบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ของรัชกาลที่ ๑ ตอน
กุมภกรรณต้องศรพระรามสิ้นชีวิต จึงขนานนามว่า “เรือนารายณ์ทรงสุบรรณ” 

หลังจากนั้นเรือได้เสื่อมสภาพลงคงเหลือแต่โขนเรือเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ กองทัพเรือ และกรมศิลปากร ได้มีหนังสือกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเพื่อสร้างเรือพระที่นั่งลำใหม่เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายในโอกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษกในพระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๙ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระบรมราชานุญาต
ให้จัดสร้าง พร้อมกับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเรือว่า "เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙" 
เรือลำดังกล่าวมีฐานะเป็นเรือพระที่นั่งรองทอดบัลลังก์กัญญา

สำหรับขั้นตอนการจัดสร้างเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ แบบเรือได้คงขนาดและลักษณะ
ของลวดลายแกะสลักทั้งหลายไว้ตามแบบเรือพระที่นั่งลำเก่า แต่ได้ปรับปรุงให้โขนเรือมีความสูงเพิ่มขึ้น และส่วนที่เป็นรูปพระครุฑพ่าห์ก็ออกแบบให้มีความงดงามยิ่งขึ้น พร้อมทั้งได้ขยายพื้นที่ของลำเรือให้กว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะส่วนที่ทอดบัลลังก์กัญญาและประดับเครื่องสูงทั้งหลาย เริ่มดำเนินการสร้างตั้งแต่ วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๗ กรมอู่ทหารเรือรับเป็นผู้จัดสร้างตัวเรือ พาย และคัดฉาก ส่วนกรมศิลปากรเป็นผู้ดูแลการออกแบบแกะสลักลวดลายตลอดจนการลงรักปิดทองประดับกระจก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช 
บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางกระดูกงูเรือ ณ กรมอู่ทหารเรือ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๗ และ
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งยังเป็นสยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในพิธีปล่อยเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ ลงน้ำเมื่อวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๙

สำหรับการฝึกจัดรูปกระบวน ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ประกอบด้วย การซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่ ก่อนที่จะมีพิธีจริงในวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ โดยมีขั้นตอนที่สำคัญคือ การซ้อมย่อย ๑๐ ครั้งในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม โดยการซ้อมย่อยครั้งแรกในวันจันทร์ที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๙ (วันที่ ๑๗, ๒๐, ๒๗ สิงหาคม วันที่ ๓, ๘, ๑๗, ๒๓ กันยายน วันที่ ๒, ๘, ๑๕ ตุลาคม) และการซ้อมใหญ่ ๒ ครั้ง ในวันที่ ๒๑ และ ๒๘ ตุลาคม  ก่อนการจัดพระราชพิธี  ซึ่งประชาชนสามารถมีส่วนร่วมโดยรับชมการฝึกซ้อมและร่วมรับเสด็จฯ 
ได้ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่สะพานกรุงธนถึงวัดอรุณราชวราราม โดยกำลังพลกองทัพเรือทุกนาย
มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีอันสำคัญยิ่งนี้ และมุ่งมั่นในการทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง 
เพื่อให้การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
Tag