“สุชาติ” ชูภารกิจ ทส. สกัดยาเสพติดผ่านช่องทางป่า! ผนึก ตชด. ยึดยาบ้า 2 แสนเม็ด ชายแดนอุบลฯ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรณีเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบุณฑริก-ยอดมน จังหวัดอุบลราชธานี บูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดนและฝ่ายปกครองอำเภอบุณฑริก ตรวจยึดยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ด ซึ่งถูกนำมาซุกซ่อนไว้ในพื้นที่ป่าตามแนวชายแดนไทย-สปป.ลาว สะท้อนให้เห็นถึงอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการร่วมป้องกันและปราบปรามยาเสพติดที่อาจใช้พื้นที่ป่าและช่องทางธรรมชาติเป็นเส้นทางลำเลียงเข้าสู่ประเทศไทย
นายสุชาติกล่าวว่า ภารกิจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ดูแลผืนป่า และปกป้องสัตว์ป่าเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ยังมีบทบาทสำคัญในการเฝ้าระวังและสนับสนุนการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการลักลอบขนยาเสพติดผ่านพื้นที่ป่าและช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดน ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตำรวจตระเวนชายแดน ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 โดยหน่วยพิทักษ์ป่าช่องตาอู เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบุณฑริก-ยอดมน สนธิกำลังร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 225 และฝ่ายปกครองอำเภอบุณฑริก ออกลาดตระเวนป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนไทย-สปป.ลาว ในพื้นที่อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่ามีการลักลอบนำสิ่งของผิดกฎหมายจาก สปป.ลาว เข้ามาในประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบุณฑริก-ยอดมน จึงเข้าตรวจสอบบริเวณป่าพลาญยาว ท้องที่บ้านโนนน้อย ตำบลโพนงาม อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. พบถุงกระสอบปุ๋ยสีฟ้าซุกซ่อนอยู่ในป่า ภายในบรรจุยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ด แต่ไม่พบตัวผู้กระทำผิด
จุดตรวจยึดอยู่ห่างจากแนวชายแดนไทย-สปป.ลาว ประมาณ 3.5 กิโลเมตร เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลาง และมอบหมายให้ฝ่ายปกครองอำเภอบุณฑริกเป็นเจ้าภาพดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่ป่า พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวังและสกัดกั้นการใช้พื้นที่ป่าเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด ควบคู่กับภารกิจหลักในการอนุรักษ์และพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อไม่ให้ผืนป่าถูกใช้เป็นช่องทางในการกระทำผิดกฎหมาย