“รุทธพล” เปิด 7 นโยบายช่วยประชาชนเข้าถึงความเป็นธรรม หนุนกองทุนยุติธรรมช่วยสู้คดี ประสานประเทศเพื่อนบ้านสกัดยาเสพติด ไล่ทรัพย์อาชญากรรมออนไลน์คืนเหยื่อ

“รุทธพล” เปิด 7 นโยบายช่วยประชาชนเข้าถึงความเป็นธรรม หนุนกองทุนยุติธรรมช่วยสู้คดี ประสานประเทศเพื่อนบ้านสกัดยาเสพติด ไล่ทรัพย์อาชญากรรมออนไลน์คืนเหยื่อ 

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “คุยกับครม.อนุทิน” ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT2HD เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ถึงการขับเคลื่อนงานกระทรวงยุติธรรม ทั้งการเร่งรัดความช่วยเหลือประชาชน การสนับสนุนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม การปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมออนไลน์ ตลอดจนการไกล่เกลี่ยหนี้สิน โดยระบุว่า การจัดมหกรรมแก้หนี้สินครัวเรือน 23 ครั้ง สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชนได้กว่า 5,000 ล้านบาท 

🔴 ขับเคลื่อน 7 นโยบาย กำหนดกรอบเวลาแก้ยุติธรรมล่าช้า

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า หลักคิดเรื่องความยุติธรรมที่ล่าช้าเป็นสิ่งที่กระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญ และนำมากำหนดแนวทางดำเนินงานภายใต้นโยบายหลัก 7 ข้อ ได้แก่ การน้อมนำโครงการพระราชดำริและพระบรมราโชบายไปปฏิบัติให้เกิดผล การปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ การแก้ไขปัญหายาเสพติด การคุ้มครองสิทธิและเยียวยาประชาชนให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม การพัฒนากฎหมายและระบบงานยุติธรรม การฟื้นฟูผู้กระทำผิดให้กลับคืนสู่สังคมโดยไม่กระทำผิดซ้ำ และการบริหารงานอย่างมืออาชีพ

ทั้งนี้ ได้กำหนดกรอบเวลาดำเนินงานและกำชับทุกกรม รวมถึงทุกหน่วยงานในสังกัด ให้เร่งรัดการปฏิบัติ จากเดิมที่บางเรื่องใช้เวลาหลายเดือน โดยร่วมกับปลัดกระทรวงยุติธรรมตรวจสอบความพร้อมของศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ตั้งแต่ขั้นตอนรับเรื่องไปจนถึงการส่งต่อ เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือและการเยียวยารวดเร็วยิ่งขึ้น

🔴 กองทุนยุติธรรมช่วยค่าประกัน–ทนาย เปิดทางคน “คนจน” สู้คดี

จากคำกล่าวที่ว่า “คุกมีไว้ขังคนจน” ซึ่งเป็นภาพจำของคนมาช้านาน พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า แนวทางการดำเนินการของกระทรวงยุติธรรมเพื่อทำให้ความยุติธรรมมีความเท่าเทียมและเป็นธรรมแก่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจนก็ตาม โดยกระทรวงยุติธรรมมีกลไกช่วยเหลือประชาชน ทั้งการประกันตัว การให้คำปรึกษากฎหมาย และการเยียวยาผู้เสียหาย หลากหลายกลไก เช่น กองทุนยุติธรรม ศูนย์ยุติธรรมชุมชน และช่องทางสายด่วนเป็นส่วนหนึ่งในการเข้าถึงความช่วยเหลือ

สำหรับกองทุนยุติธรรมเป็นแหล่งเงินสำหรับช่วยเหลือประชาชนที่มีฐานะยากจนและไม่ได้รับความเป็นธรรม รวมถึงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการประกันตัวและค่าจ้างทนายความ อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือไม่ได้ครอบคลุมทุกกรณีโดยอัตโนมัติ แต่ต้องผ่านการพิจารณาตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของคณะกรรมการที่รับผิดชอบ

🔴 ประสานประเทศเพื่อนบ้านสกัดยาเสพติด คู่ขนานปราบปรามผู้ค้า–ผู้มีอิทธิพล–ยึดทรัพย์
พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามที่รัฐบาลได้ประกาศให้เรื่องดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกหน่วยงานต้องแก้ปัญหาร่วมกัน ในส่วนของกระรวงยุติธรรมได้ดำเนินการครบทุกมิติ ทั้งการป้องกัน การปราบปราม การบำบัดฟื้นฟู และการเฝ้าระวัง โดยมี ป.ป.ส. เป็นหน่วยงานหลักของกระทรวงยุติธรรม ทำงานร่วมกับตำรวจ ทหาร และหน่วยงานในพื้นที่

ในส่วนการป้องกัน ได้เดินทางร่วมกับเลขาธิการ ป.ป.ส. ไปยังประเทศลาวและพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ เพื่อสนับสนุนการตั้งจุดตรวจและการฝึกเจ้าหน้าที่ในพื้นที่รอยต่อระหว่างลาวกับเมียนมา มุ่งสกัดยาเสพติดตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ประเทศไทย รวมทั้งประสานความร่วมมือกับฝ่ายเมียนมาในการแก้ปัญหาและติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนีข้ามแดน

ด้านการปราบปราม เน้นดำเนินการกับผู้ค้า ผู้มีอิทธิพล และการยึดทรัพย์สิน โดยยกตัวอย่างการตรวจยึดสารตั้งต้นจำนวนมาก ซึ่งหากหลุดรอดไปจะสามารถนำไปผลิตยาบ้าได้กว่าพันล้านเม็ด พร้อมระบุว่าการดำเนินงานต้องเชื่อมต่อจากหน่วยสกัดกั้นชายแดนเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน และใช้กลไกระดับจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่นร่วมแก้ไขปัญหา

ขณะที่การบำบัดได้มีนโยบาย 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัด เพื่อให้ผู้เสพเข้าถึงการักษาได้ใกล้บ้านและมีการติดตามฟื้นฟูให้กลับคืนสู่ครอบครัวและชุมชน

🔴 จัด 7 ชุดทำงานปราบออนไลน์–นอมินี พบใช้บัญชีนิติบุคคลตามเงินยากขึ้น
พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวถึงการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ บัญชีม้า รวมถึงปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ที่กำลังเป็นภัยคุกคามใหม่ของประชาชนในยุคปัจจุบันว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายให้เป็นประธานอนุกรรมการตรวจสอบและปราบปรามการกระทําความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ 
โดยทำงานวมกับตำรวจ DSI และหลากหลายหน่วยงาน เนื่องจากไม่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง

การดำเนินงานแบ่งเป็นชุดทำงานย่อย 7 ชุด ประกอบด้วยด้านการพนันออนไลน์และฟอกเงิน 4 ชุด และด้านนอมินี 3 ชุด โดยมีนายตำรวจระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นหัวหน้าชุด
จากการประชุมติดตามผล พบว่ารูปแบบการใช้บัญชีในอาชญากรรมออนไลน์เปลี่ยนจากบัญชีบุคคลไปใช้บัญชีนิติบุคคล ทำให้ติดตามได้ยากขึ้น จึงต้องประสานข้อมูลกับหน่วยงานด้านการพัฒนาธุรกิจการค้า ที่ดิน และสรรพากร เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกัน

นอกจากนี้ มีการลงพื้นที่ตรวจสอบเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดินและการดำเนินธุรกิจในพื้นที่ท่องเที่ยว เช่น ชลบุรี เกาะสมุย เกาะพะงัน และภูเก็ต โดย พล.ต.ท.รุทธพลระบุว่า การดำเนินการของ DSI ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การรับเป็นคดีพิเศษ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคู่กัน

🔴 เร่งสกัดเงินเหยื่อสแกมเมอร์ ก่อนโยกหลายทอด–ยึดทรัพย์เฉลี่ยคืน

สำหรับการ “ทวงเงินคืนประชาชน” หรือการช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ปัญหาสำคัญคือคนร้ายสามารถโยกเงินผ่านบัญชีหลายทอดได้อย่างรวดเร็ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงพัฒนาระบบและจัดตั้งศูนย์ ACSC โดยมีตำรวจ ธนาคาร และ ป.ป.ง. ร่วมประสานงาน เพื่อเร่งดำเนินการเมื่อได้รับแจ้งเหตุ รวมถึงสกัดการถอนเงินและติดตามผู้เกี่ยวข้อง

ส่วนคดีที่ดำเนินการจับกุมและยึดทรัพย์ได้แล้ว จะเข้าสู่กระบวนการติดตามทรัพย์สินและเฉลี่ยคืนให้ผู้เสียหาย โดยประสาน ป.ป.ง. ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการขายทอดตลาดก่อนนำเงินมาเฉลี่ยคืนตามกระบวนการ
พล.ต.ท.รุทธพลระบุว่า ที่ผ่านมามีการดำเนินการคืนทรัพย์ให้ผู้เสียหายแล้วหลายกรณี โดยกล่าวถึงวงเงินรวมกว่า 130 ล้านบาท สะท้อนการช่วยเหลือทั้งในช่วงเกิดเหตุและหลังเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดี

🔴 มหกรรมแก้หนี้ 23 ครั้ง ลดค่าใช้จ่ายประชาชนกว่า 5,000 ล้านบาท

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนในเรื่องการแก้ปัญหาหนี้สิน โดยใช้กลไกทางกฎหมายและหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่ไปหาประชานภายใต้ “มหกรรมแก้หนี้” โดยเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานคุ้มครองสิทธิกับกรมบังคับคดี เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งก่อนการฟ้องคดีและเมื่อเข้าสู่ชั้นบังคับคดี โดยจัดงานในลักษณะกลุ่มจังหวัด เปิดให้ประชาชนจากพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมได้
การจัดงาน 23 ครั้งทั่วประเทศ มีผู้เข้าร่วมกว่า 60,000 ราย และผู้ขอไกล่เกลี่ยหนี้สินกว่า 40,000 ราย โดยไกล่เกลี่ยได้สำเร็จเกือบทั้งหมด มีทุนทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกว่า 8,000 ล้านบาท และสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชนได้กว่า 5,000 ล้านบาท ผ่านการประสานความร่วมมือกับสถาบันการเงินและบริษัทที่เกี่ยวข้องประมาณ 40 แห่ง

พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า การจัดมหกรรมแก้หนี้ สามารถช่วยเหลือประชาชนในเรื่องปากท้องและค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ซึ่งหลายครั้งที่ได้ไปเป็นประธานเปิดงานแล้ว ยังได้ไปร่วมพูดคุยทั้งกับลูกหนี้และสถาบันการเงินในฐานะเจ้าหนี้ เพื่อช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย โดยพบทั้งกรณีที่ผู้ค้ำประกันต้องรับภาระแทนผู้กู้ที่หลบหนี และประชาชนที่ไม่สามารถรับภาระค่างวดเดิมได้

🔴 ยกตัวอย่างค่างวด 15,000 เหลือ 1,500 บาท เตรียมจัดแก้หนี้ต่อ

พล.ต.ท.รุทธพล ยกตัวอย่างหนึ่งในเคสที่ได้เข้าไปพูดคุย เป็นกรณีของหญิงคนนึงที่กู้เงินซื้อรถให้ลูกสาว แต่ลูกสาวนำรถไปจำนำต่อไม่สามารถนำรถกลับมาคืนบริษัทได้ แต่ผู้เป็นแม่ยังต้องผ่อนชำระเดือนละประมาณ 15,000 บาท โดยการเจรจาสามารถลดค่างวดเหลือเดือนละ 1,500 บาท ทำให้มีเงินเหลือสำหรับดูแลครอบครัวและเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลหลานคนเล็ก

อีกกรณีเป็นหนี้บัตรเครดิตกว่า 100,000 บาท ซึ่งเจรจาเหลือ 15,000 บาท รวมถึงการช่วยเหลือผู้ค้ำประกันหนี้หลายราย ทั้งนี้ ผลการเจรจาเป็นไปตามข้อเท็จจริงและข้อตกลงของแต่ละกรณี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า จะเดินหน้าจัดมหกรรมแก้หนี้ต่อเนื่อง พร้อมเชิญชวนประชาชนติดตามการประชาสัมพันธ์และเข้าร่วมงานในจังหวัดใกล้เคียง เพื่อเปิดโอกาสเจรจากับเจ้าหนี้และบรรเทาภาระที่กระทบต่อชีวิตประจำวัน โดยเห็นว่าเงินที่ประชาชนประหยัดได้จะช่วยให้สามารถดูแลครอบครัวและดำเนินชีวิตได้ดีขึ้น


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
Tag