“เจเศรษฐ์” ดัน “โมเดลด่านชุมชนไทย” รับเป้าหมาย UN ยกระดับความปลอดภัย ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน

“เจเศรษฐ์” ดัน “โมเดลด่านชุมชนไทย” รับเป้าหมาย UN ยกระดับความปลอดภัย ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน 

เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการเข้าร่วม การประชุมระดับสูงของสมัชชาสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาความปลอดภัยทางถนน ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่า กระทรวงมหาดไทยเตรียมเดินหน้ายกระดับ “โมเดลด่านชุมชนไทย” ให้เป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยต่อยอดจากมาตรการที่ประเทศไทยดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันให้สอดคล้องกับเป้าหมายของสหประชาชาติในการลดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนลงร้อยละ 50 ภายในปี 2573

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การเข้าร่วมประชุมครั้งดังกล่าวทำให้เห็นว่า หลายประเทศต่างมุ่งพัฒนาแนวทางลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนตามบริบทของแต่ละประเทศ ดังนั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการประกาศเจตนารมณ์ในเวทีระหว่างประเทศ แต่คือการนำแนวคิดเหล่านั้นกลับมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพสังคมและวิถีชีวิตของประชาชนในประเทศ

สำหรับประเทศไทย “ด่านชุมชน” ถือเป็นมาตรการที่ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนใช้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในช่วงเทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ รวมถึงช่วงวันหยุดยาวที่มีวันหยุดติดต่อกัน ซึ่งเป็นช่วงที่มีประชาชนเดินทางจำนวนมากและมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าปกติ โดยอาศัยการบูรณาการความร่วมมือของฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) และภาคประชาชน ร่วมกันเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยในพื้นที่

การดำเนินงานของด่านชุมชนจะพิจารณากำหนดจุดตั้งด่านในพื้นที่เสี่ยงของแต่ละตำบลและหมู่บ้าน เพื่อทำหน้าที่ป้องปราม แจ้งเตือน และลดพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุ โดยยึดหลักการป้องกันมากกว่าการลงโทษ อาทิ การขอความร่วมมือผู้ขับขี่ที่มีอาการมึนเมาไม่ให้ออกเดินทาง พร้อมประสานญาติหรือบุคคลใกล้ชิดมารับกลับอย่างปลอดภัย การตักเตือนให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสวมหมวกนิรภัย คาดเข็มขัดนิรภัย รวมถึงการให้คำแนะนำด้านความปลอดภัยก่อนเดินทาง เพื่อลดความเสี่ยงก่อนเกิดอุบัติเหตุ

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า จุดแข็งของประเทศไทยคือ พลังของชุมชน ซึ่งเป็นทุนทางสังคมที่หลายประเทศไม่มี เพราะมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. อปพร. และอาสาสมัครในพื้นที่ที่รู้จักประชาชน เข้าใจบริบทของชุมชน และสามารถเข้าถึงผู้คนได้อย่างใกล้ชิด จึงทำให้มาตรการด่านชุมชนได้รับความร่วมมือจากประชาชนและสามารถลดความสูญเสียได้อย่างเป็นรูปธรรมในหลายพื้นที่

“ด่านชุมชนไม่ใช่ด่านตรวจ แต่เป็นด่านป้องกันชีวิต” นายเจเศรษฐ์ กล่าว พร้อมระบุว่า หากสามารถนำศักยภาพของชุมชนมาผสานกับข้อมูล เทคโนโลยี และการบริหารจัดการที่ทันสมัย จะทำให้ โมเดลด่านชุมชนไทย เป็นระบบป้องกันอุบัติเหตุเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพ และอาจเป็นแนวทางที่นานาชาติสามารถศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละประเทศได้

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยจะร่วมกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของด่านชุมชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านการใช้ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง เทคโนโลยี และการติดตามประเมินผลอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้ทุกชุมชนสามารถเป็นกลไกสำคัญในการลดความสูญเสียบนท้องถนนอย่างยั่งยืน

นายเจเศรษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “การป้องกันอุบัติเหตุทางถนนไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน และประเทศไทยมีต้นทุนที่สำคัญที่สุดคือความเข้มแข็งของชุมชน หากทุกชุมชนลุกขึ้นมาดูแลคนของตนเอง ผมเชื่อว่าเราจะสามารถลดความสูญเสียบนท้องถนนได้อย่างยั่งยืน และร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความปลอดภัยทางถนนของโลกให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้”


image รูปภาพ
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
Tag