ครม.เห็นชอบหลักการตั้ง “มหาวิทยาลัยประจำจังหวัดน่าน” ยกฐานะ มทร.ล้านนา น่าน สู่ต้นแบบ New Gen University เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 72 พรรษา พร้อมยกระดับการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการพัฒนานวัตกรรมจากทุนท้องถิ่นสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 มีมติเห็นชอบในหลักการการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาประจำจังหวัดน่าน ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอ โดยการยกฐานะมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน (มทร.ล้านนา น่าน) ขึ้นเป็นสถาบันอุดมศึกษาประจำจังหวัดน่าน เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมายุครบ 6 รอบ หรือ 72 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2570 พร้อมทั้งอนุมัติข้อยกเว้นการปฏิบัติตามมติ ครม. เดิม (เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2554) ที่จำกัดการจัดตั้งมหาวิทยาลัยใหม่ด้วยการหลอมรวมหรือยุบรวม
จากเจตนารมณ์ของรัฐบาลและกระทรวง อว. ริเริ่มโครงการอันมีความหมายเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสที่จะทรงเจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา ในปีพุทธศักราช 2570 พระองค์ทรงมีโครงการตามพระราชดำริจำนวนมากในพื้นที่ ทั้งในด้านการศึกษา สาธารณสุข และการแพทย์ นอกจากนี้ จังหวัดน่านยังเป็นที่ตั้งของพระตำหนักถึง 2 แห่ง คือ พระตำหนักธงน้อย และพระตำหนักภูฟ้า สะท้อนถึงสายใยที่แนบแน่นที่ทรงมีต่อผืนดินและพสกนิกรชาวน่าน พระองค์ทรงมีพระราชปรารภถึงปัญหา “เขาหัวโล้น” ซึ่งแสดงถึงความห่วงใยอย่างยิ่งต่อวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรป่าไม้ของจังหวัด ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ความห่วงใยนี้ได้นำไปสู่การจัดตั้ง “มูลนิธิรักษ์ป่าน่าน” ซึ่งเป็นกรณีพิเศษอย่างยิ่งที่พระองค์ทรงรับเป็นองค์ประธานมูลนิธิระดับจังหวัดด้วยพระองค์เอง
สายใยแห่งพระเมตตานี้ได้ก่อให้เกิดการสนับสนุนอย่างมหาศาลจากภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของคุณบัณฑูร ล่ำซำ และธนาคารกสิกรไทย ที่ได้สนองพระราชปรารภและทุ่มเททรัพยากรเพื่อการพัฒนาจังหวัดน่านในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับโรงพยาบาลน่านให้มีความทันสมัยทัดเทียมสถาบันการแพทย์ชั้นนำของประเทศ หรือการสร้างศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัยสำหรับเยาวชนทั่วทั้งจังหวัดโครงสร้างพื้นฐานอันทรงคุณค่าเหล่านี้จะเป็นสินทรัพย์และระบบนิเวศที่สำคัญยิ่งที่สถาบันอุดมศึกษาแห่งใหม่จะสามารถเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มศักยภาพ ด้วยที่มาอันเป็นมหามงคลและความผูกพันที่ทรงมีต่อจังหวัดน่านอย่างหาที่สุดมิได้ จึงเป็นพันธกิจอันสำคัญยิ่งที่สถาบันอุดมศึกษาแห่งใหม่นี้จะต้องถือกำเนิดขึ้นพร้อมพิมพ์เขียวที่ตอบสนองต่อบริบทและความท้าทายของพื้นที่ได้อย่างแท้จริง
โดย มทร.ล้านนา น่าน มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนทรัพยากรท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การวิจัยและพัฒนาน้อยหน่าเครือ มันป่า ปลาท้องถิ่น และไก่พื้นเมือง อีกทั้งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดน่าน ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข วัฒนธรรม และสังคมอย่างยาวนาน การยกฐานะสถาบันฯ ครั้งนี้ จึงเป็นการสืบสานพระราชปณิธานและมุ่งหวังที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของชุมชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน
สำหรับสถาบันอุดมศึกษาประจำจังหวัดน่านแห่งใหม่นี้ จะถูกออกแบบให้เป็นมหาวิทยาลัยรูปแบบใหม่ (New Generation University) ที่หลุดพ้นจากกรอบเดิมๆ โดยมีลักษณะเด่น 4 ด้าน คือ
1.เป็นมหาวิทยาลัยที่พึ่งของจังหวัดและบริหารจัดการในรูปแบบใหม่ เน้นการบริหารงานที่ยืดหยุ่น คล่องตัว ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกและทุนทางสังคม
2. เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ปรับบทบาทอาจารย์จากผู้สอนมาเป็น "ผู้เอื้ออำนวยการเรียนรู้" (Facilitator) และ "โค้ช" (Coach) โดยให้ผู้เรียนร่วมสร้างสรรค์ความรู้ผ่านประสบการณ์จริง
3. เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีหลักสูตรระยะสั้นแบบสะสมหน่วยกิต เพื่อส่งเสริมการ Upskill และ Reskill ให้แก่คนทุกช่วงวัยในท้องถิ่น
4. มุ่งสู่สถาบันนวัตกรรมระดับโลก เน้นการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อก้าวสู่สากล
การเห็นชอบในหลักการนี้ ทางสำนักงบประมาณชี้แจงว่า จะยังไม่ก่อให้เกิดภาระงบประมาณในปัจจุบัน แต่จะเกิดขึ้นในอนาคตเมื่อมีการจัดตั้งสถาบันฯ อย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเตรียมวางแผนงบประมาณและดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 อย่างเคร่งครัด