“สมเด็จพระพันปีหลวง” ผู้ทรงเป็นป่าที่ให้ความชุ่มชื้นร่มเย็นในหัวใจพสกนิกรชาวไทย
สวนสัตว์ธรรมชาติภูเขียว ถิ่นกำเนิดของการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ
เมื่อปีพุทธศักราช 2525 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ โดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นป่าผืนใหญ่ที่ยังคงเหลืออยู่ไม่กี่แห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทรงมีพระราชดำรัสว่า
“พื้นที่บนภูเขาเป็นที่ราบสูง กว้างขวาง มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ และยังมีสัตว์อยู่อีกมากมายหลายชนิด เหมาะสมที่จะอนุรักษ์ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และพัฒนาให้เป็นสวนสัตว์ป่าเปิด ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ และส่งเสริมการท่องเที่ยวในอนาคต การที่จะดำเนินการให้เป็นผลสำเร็จนั้น จะต้องยับยั้งไม่ให้ประชาชนบุกรุกป่าและล่าสัตว์ โดยพัฒนาหมู่บ้านบริเวณใกล้เคียงภูเขียวทั้งหมดให้มีความเจริญ พร้อมทั้งส่งเสริมอาชีพให้สามารถดำรงชีพได้อย่างมีความอยู่ดีกินดี ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรับผิดชอบ รักป่าและสัตว์ป่า เพื่อจะได้ช่วยกันดูแล ป้องกันมิให้ราษฎรจากหมู่บ้านอื่น ๆ ขึ้นไปล่าสัตว์ป่า”
จากพระราชดำรัสดังกล่าว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงสนองพระราชดำริ โดยเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2526 เสด็จฯ มาประทับแรม ณ ทุ่งกะมัง เพื่อทรงศึกษาสภาพพื้นที่ด้วยพระองค์เอง โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าตามเสด็จฯ ไปด้วย
พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเข้าไปในป่าดิบ ทรงฝ่าพงหญ้าซึ่งมีใบเรียวคมสูงท่วมพระวรกาย ท่ามกลางพื้นดินที่ชื้นแฉะไปด้วยน้ำขัง เพื่อทอดพระเนตรทุ่งหญ้า ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของป่าภูเขียวทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ ทุ่งกะมัง บึงแปน และภูกระเตียว
นอกจากนี้ ยังทรงพระราชทานพระราชวโรกาสให้อดีตนายพรานเข้าเฝ้าฯ ทรงซักถามถึงวิธีการล่า เส้นทางการขึ้นป่า แหล่งล่า และถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการดำเนินงานอนุรักษ์สัตว์ป่าในพื้นที่ป่าภูเขียวต่อไป
ต่อมา ได้มีการพระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้ชื่อโครงการว่า “โครงการสวนสัตว์ธรรมชาติภูเขียว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” เพื่อสนองพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชประสงค์จะจัดตั้งสวนสัตว์ธรรมชาติภูเขียว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสทรงมีพระชนมายุครบ 60 พรรษา
วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2530 จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นของการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติเป็นครั้งแรก ณ บริเวณทุ่งกะมัง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของสวนสัตว์ธรรมชาติภูเขียว
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณของพรานนักล่าจากหมู่บ้านรอบป่าภูเขียว จำนวน 60 หมู่บ้าน ณ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งได้นำอาวุธปืนมอบและประกาศเลิกการล่าสัตว์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยคำสัตย์ปฏิญาณว่า
“ข้าพระพุทธเจ้า จะงดเว้นการล่าสัตว์ป่าและการบุกรุกทำลายป่าโดยสิ้นเชิงและตลอดไป หากข้าพระพุทธเจ้าผิดคำสัตย์ปฏิญาณเมื่อใด ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงได้ลงโทษ ขอให้มีอันเป็นไปภายใน 3 วัน 7 วัน”
เสียงคำปฏิญาณดังกึกก้องจากอดีตพรานนักล่า ต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ทุ่งกะมัง ป่าภูเขียว เมื่อปี พ.ศ. 2530 ในโอกาสปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ เหตุการณ์ครั้งนั้นนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ จาก “ผู้ล่า” สู่ “ผู้พิทักษ์” ทำให้ผืนป่าที่เคยเสื่อมโทรมกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง
ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงวางรากฐานการอนุรักษ์สัตว์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติของไทยอย่างยั่งยืน
#คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
#สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง