“ศิลปาชีพ” พลังแห่งพระวิสัยทัศน์ สู่ความยิ่งใหญ่ของไหมไทยบนเวทีโลก

“ศิลปาชีพ” พลังแห่งพระวิสัยทัศน์ สู่ความยิ่งใหญ่ของไหมไทยบนเวทีโลก
เรื่องราวของ “ผ้าไหมไทย” อาจไม่ใช่สิ่งใหม่ หากแต่เป็นภูมิปัญญาอันล้ำค่าที่เคยถูกมองข้าม ก่อนจะได้รับการฟื้นฟูให้กลับมามีชีวิตและคุณค่าอีกครั้งตลอดเวลากว่าครึ่งศตวรรษ
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2505 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสตรีผู้แต่งกายงดงามที่สุดของโลก จากผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นระดับสากล พระองค์ทรงนำ “ผ้าไทย” สู่สายตานานาชาติ ทำให้ผ้าไหมไทยกลายเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
ต่อมาในปี พ.ศ. 2513 ระหว่างเสด็จพระราชดำเนินไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ พระองค์ทรงสังเกตเห็นชาวบ้านสวมใส่ผ้าทอมือที่มีลวดลายงดงาม จึงทรงมีพระราชดำริให้ส่งเสริมการทอผ้า นำไปสู่การก่อตั้งโครงการภายใต้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เพื่อสร้างอาชีพและรายได้แก่ประชาชนทั่วประเทศ
นอกจากการอนุรักษ์ พระองค์ยังทรงยกระดับผ้าไหมไทยและงานหัตถกรรมพื้นบ้านให้ก้าวสู่ระดับสากล ผืนผ้าจากชุมชนถูกพัฒนาเป็นฉลองพระองค์อันวิจิตร งดงาม และทรงคุณค่า จนได้รับการถวายพระราชสมัญญา “พระมารดาแห่งไหมไทย” พร้อมทั้งได้รับรางวัลระดับนานาชาติจาก UNESCO ในฐานะผู้ทรงส่งเสริมและฟื้นฟูศิลปหัตถกรรมให้คงอยู่
พระราชดำรัสหนึ่งที่สะท้อนถึงพระราชปณิธานอย่างชัดเจน คือการเห็นคุณค่าในงานหัตถกรรมไทย และการร่วมกันสืบสาน พัฒนา เพื่อให้สิ่งเหล่านี้คงอยู่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมสู่คนรุ่นต่อไป
จากวันนั้นถึงวันนี้ “ผ้าไหมไทย” ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องนุ่งห่ม หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของอัตลักษณ์ ความภาคภูมิใจ และพลังของภูมิปัญญาไทยที่ก้าวไกลสู่เวทีโลกอย่างสง่างาม
#แฟชั่นไทยไปไกลระดับโลก #10ชุมชนคนแฟชั่น #แต่งไทยไปอินเตอร์ #ThaiVibes #ThaiFashion #SiamStyle


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
Tag