คณะพระสงฆ์โครงการบรรพชาอุปสมบทฯ เยี่ยมชมสถูปสถานคฤหาสน์อนาถบิณฑิกเศรษฐี และบ้านบิดาขององคุลีมาล เมืองสาวัตถี
วันนี้ (13 มีนาคม 2569) เวลา 07.00 น. พระวิเทศวัชราจารย์ หรือพระครูอินเดีย เจ้าอาวาสวัดสิทธารถราชมณเฑียร สาธารณรัฐอินเดีย และเลขานุการหัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย–เนปาล ได้นำคณะพระสงฆ์จำนวน 93 รูป ซึ่งอุปสมบทในโครงการบรรพชาอุปสมบทเพื่อถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วย นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นางสุภัทร กิจเวช ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางเยี่ยมชมสถูปโบราณซึ่งสร้างขึ้นบริเวณสถานที่ที่เคยเป็นคฤหาสน์ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี และบริเวณบ้านของปุโรหิตผู้เป็นบิดาขององคุลีมาล ณ เมืองสาวัตถี รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย
บริเวณสถานที่ดังกล่าวมีความสำคัญทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากเชื่อมโยงกับบุคคลสำคัญในสมัยพุทธกาล ได้แก่ อนาถบิณฑิกเศรษฐี มหาอุบาสกผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง ท่านมีนามเดิมว่า “สุทัตตะ” เป็นเศรษฐีผู้มีจิตใจเมตตา ชอบช่วยเหลือผู้ยากไร้ จนได้รับสมญานามว่า “อนาถบิณฑิกะ” ซึ่งหมายถึง “ผู้ให้ทานแก่คนยากจน”
อนาถบิณฑิกเศรษฐีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อพระพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นผู้ถวาย พระเชตวันมหาวิหาร ณ เมืองสาวัตถี แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยได้ซื้อที่ดินจากเจ้าชายเชตะด้วยการนำเหรียญทองคำมาปูเต็มพื้นที่ ก่อนจะสร้างวัดถวายเป็นสถานที่จำพรรษาแก่พระพุทธองค์ พระเชตวันมหาวิหารจึงกลายเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษามากที่สุด และเป็นสถานที่ที่พระธรรมเทศนาจำนวนมากในพระไตรปิฎกได้ถูกแสดงขึ้น
นอกจากนี้ บริเวณใกล้เคียงยังเป็นสถานที่ที่เคยเป็นบ้านของปุโรหิต ผู้เป็นบิดาขององคุลีมาล บุคคลสำคัญอีกผู้หนึ่งในพระพุทธประวัติ เดิมองคุลีมาลเป็นโจรผู้มีชื่อเสียงในด้านความโหดร้าย โดยฆ่าคนจำนวนมากและนำเอานิ้วมือมาร้อยเป็นพวงคล้องคอ จนเป็นที่หวาดกลัวของผู้คนทั่วไป
ต่อมาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จไปโปรดองคุลีมาลด้วยพระมหากรุณา จนสามารถเปลี่ยนแปลงจิตใจของเขาให้ละทิ้งความชั่วร้าย และเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา กระทั่งภายหลังได้บรรลุพระอรหันต์ กลายเป็นตัวอย่างสำคัญของการเปลี่ยนแปลงชีวิตด้วยพลังแห่งพระธรรม