<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></title>
<link>https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/content/category/index/id/9</link>
<atom:link href="https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/content/category/index/id/9" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[“ผบช.ทท.“ปฏิวัติตำรวจท่องเที่ยวยุค AI เร่งสปีด Command Center เชื่อม 1155 สแกนใบหน้า-ทะเบียนรถฯ]]></title>
<link>https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/529558</link>
<guid isPermaLink="false">017b6a31a89cab86aafdf462b690f51a</guid>
<pubDate>Fri, 07 Aug 2026 12:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&ldquo;ผบช.ทท.&ldquo;ปฏิวัติตำรวจท่องเที่ยวยุค AI เร่งสปีด Command Center เชื่อม 1155 สแกนใบหน้า-ทะเบียนรถฯ</p>

<p>พล.ต.ท.ศักย์ศิรา&lsquo;เดินหน้ายกระดับการดูแลนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ นำเทคโนโลยี AI เชื่อมศูนย์ Command Center พัฒนาแอปฯ และสายด่วน 1155 สู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เสริมรถปฏิบัติการอัจฉริยะและโดรนลาดตระเวน ตรวจจับบุคคลและยานพาหนะต้องสงสัยแบบเรียลไทม์ พลิกบทบาทตำรวจท่องเที่ยวจาก &ldquo;รอรับเหตุ&rdquo; สู่ &ldquo;ป้องกันเชิงรุก&rdquo; พร้อมเผยผลปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 914 ราย สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย.</p>

<p>เมื่อวันที่ 6 ส.ครับ.2569 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว(บช.ทท.)<br />
พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ<br />
ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ก่อนที่ตนมาดำรงตำแหน่ง ผบช.ทท. ได้รับนโยบาย จาก พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)ให้ปรับรูปแบบการปฎิบัติหน้าของตำรวจท่องเที่ยวให้สอดรับ และตอบโจทย์ ที่รองรับธุระกิจท่องเที่ยว บช.ทท.เป็นองค์กรดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้กำหนดแนวทางพัฒนาเทคโนโลยีภายใต้โจทย์สำคัญว่า จะเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนและความหลากหลายเพิ่มขึ้นได้อย่างไร ภายใต้ข้อจำกัดด้านกำลังพลและพื้นที่รับผิดชอบทั่วประเทศ</p>

<p>พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เปิดเผยต่อว่า ด้วยเหตุนี้ตนจึงได้ตระหนักจึงคิดหามาตราการต่างเพื่องรองรับเชิงรุง เริ่มจากศูนย์ควบคุมและสั่งการ Command Center และแอปพลิเคชันตำรวจท่องเที่ยวสู่สายด่วน 1155 แบบดิจิทัล โครงการชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง รถปฏิบัติการเคลื่อนที่ และเครือข่าย AI ความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในระยะต่อไป ศูนย์ควบคุมและสั่งการตำรวจท่องเที่ยว Command Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการปฏิบัติงานโดยทำหน้าที่รวบรวม เชื่อมโยงและแสดงข้อมูลจากระบบต่างๆ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติศูนย์รับแจ้งเหตุตำรวจท่องเที่ยวหมายเลข 1155 ได้รับการยกระดับเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลเต็มรูปแบบให้บริการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงและรองรับภาษาต่างประเทศจำนวนแปดภาษา ขณะเดียวกันแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police</p>

<p>นอกจากนี่ได้สั่งการให้เพิ่มช่องทางให้นักท่องเที่ยวสามารถกดขอความช่วยเหลือ ส่งตำแหน่งพิกัด ข้อความ ภาพ และรายละเอียดเข้าสู่ระบบได้โดยตรง ปัจจุบันได้พัฒนารถปฏิบัติการเคลื่อนที่ CCOC Mobile</p>

<p>เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมและสั่งการย่อยในพื้นที่ท่องเที่ยว พื้นที่จัดกิจกรรมและบริเวณที่มีความเสี่ยง รถปฏิบัติการแต่ละคันติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวนสี่กล้อง ประกอบด้วยกล้องด้านหน้ารถ กล้องด้านท้ายรถ และกล้องเคลื่อนที่จำนวนสองชุด</p>

<p>สำหรับนำไปติดตั้งในจุดสำคัญหรือพื้นที่ที่ต้องการเฝ้าระวังเพิ่มเติม ระบบกล้อง AI ช่วยบันทึกและคัดกรองภาพใบหน้าบุคคล รวมทั้งอ่านและค้นหาแผ่นป้ายทะเบียนรถก่อนเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง</p>

<p>เมื่อระบบตรวจพบข้อมูลที่เข้าเงื่อนไขจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบยืนยันตัวบุคคลหรือยานพาหนะและพิจารณาปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดถึงปัจจุบันสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวนเก้าร้อยสิบสี่ราย<br />
เป็นการยกระดับจากการรอรับเหตุไปสู่การเฝ้าระวังและป้องกันอาชญากรรมเชิงรุกในพื้นที่ท่องเที่ยว&nbsp;</p>

<p>พล.ต.ท.ศักย์ศิรา ยังเปิดเผยอีกว่ายังมีโครงการเป็นการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวด้วยรถปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วพร้อมโดรนสี่ลำบินลาดตระเวนอัตโนมัติ ตรวจการณ์กลางวันและกลางคืนด้วยกล้องความร้อน ค้นหาผู้สูญหายและประเมินพื้นที่เสี่ยง สนับสนุนการช่วยเหลือสำหรับการเข้าตรวจสอบเหตุอย่างรวดเร็วและเข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ</p>

<p>กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวพร้อมนำเทคโนโลยี ข้อมูล และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนมาสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นมาตรฐานสากล ตำรวจท่องเที่ยวเพื่อนคนแรกของนักท่องเที่ยวและกำลังสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศไทย&ldquo;พล.ต.ท.ศักย์ศิรา กล่าว&rdquo;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/file/get/file/20260807820cf0285fbbd36a3014e1c2fe13bf12125504.jpg' type='image/jpg' length='56329' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กองทัพเรือ อัญเชิญเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ ลงน้ำเพื่อเตรียมการในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค]]></title>
<link>https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/529481</link>
<guid isPermaLink="false">f253138c3fd8c98ea2bcce2019b4fdc5</guid>
<pubDate>Fri, 07 Aug 2026 10:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กองทัพเรือ อัญเชิญเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ ลงน้ำเพื่อเตรียมการในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค</p>

<p>วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๐๐ น. กองทัพเรือ ได้จัดให้มีการอัญเชิญเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ ลงน้ำ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค<br />
ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ในวันที่&nbsp;<br />
๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ โดยเมื่อเรือพระที่นั่ง นารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ ถูกอัญเชิญลงจากคาน นายเรือ<br />
พระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ พร้อมกำลังพลประจำเรือ ได้ประกอบพิธีจุดธูปเทียนไหว้แม่ย่านางเรือ และถวายบังคมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นจึงเคลื่อนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ จากคลองบางกอกน้อย ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา มุ่งหน้าสู่อู่ทหารเรือธนบุรี ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร ในเส้นทางสวนเฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา (สถานีรถไฟบางกอกน้อยเดิม) โรงพยาบาลศิริราช ท่ามหาราช ท่าช้าง วัดระฆังโฆสิตาราม&nbsp;<br />
ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที จึงเข้าจอดยังอู่หมายเลข ๑ อู่ทหารเรือธนบุรี ทั้งนี้ การอัญเชิญเรือพระที่นั่งลงน้ำ</p>

<p>ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งจำนวน ๔ ลำคือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์&nbsp; เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ โดยจะอัญเชิญลงน้ำและเข้าจอด ณ อู่หมายเลข ๑ อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ระหว่างวันที่ ๕ - ๘ สิงหาคม ๒๕๖๙ วันละ ๑ ลำ ตามลำดับ</p>

<p>สำหรับเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ จัดเป็นเรือพระที่นั่งกิ่ง ลำเดิมสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีชื่อว่า &ldquo;มงคลสุบรรณ&rdquo; หัวเรือเป็นรูป พระครุฑพ่าห์ มีช่องกลมสำหรับติดตั้งปืนใหญ่ อยู่ที่หัวเรือใต้ตัวครุฑ มีความยาว ๑๗ วา ๓ ศอก กว้าง ๕ ศอก ๕ นิ้ว ลึก ๑ ศอก ๖ นิ้ว กำลัง ๖ ศอก ๖ นิ้ว พื้นท้องเรือภายนอก ทาสีแดง ฝีพาย ๖๕ คน ต่อมาในรัชกาลที่ ๔ ได้มีพระราชดำริให้เสริมรูปพระนารายณ์ยืนประทับ<br />
บนหลังครุฑ เพื่อความเป็นสง่างามของลำเรือ และเพื่อให้ต้องตามคติในศาสนาพราหมณ์ เทวรูปพระนารายณ์<br />
ที่สร้างขึ้นใหม่ในรัชกาลที่ ๔ นั้น สร้างด้วยไม้จำหลักปิดทองประดับกระจกองค์พระนารายณ์ทรงเครื่องภูษิตาภรณ์และมงกุฎยอดชัยพระพักตร์และพระวรกายประดับกระจกสีขาบ (สีน้ำเงินเข้ม) มี ๔ พระกร ทรงเทพศาสตรา<br />
คือ ตรี คทา จักร สังข์ ตามคติของพราหมณ์ซึ่งปรากฏในบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ของรัชกาลที่ ๑ ตอน<br />
กุมภกรรณต้องศรพระรามสิ้นชีวิต จึงขนานนามว่า &ldquo;เรือนารายณ์ทรงสุบรรณ&rdquo;&nbsp;</p>

<p>หลังจากนั้นเรือได้เสื่อมสภาพลงคงเหลือแต่โขนเรือเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ กองทัพเรือ และกรมศิลปากร ได้มีหนังสือกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเพื่อสร้างเรือพระที่นั่งลำใหม่เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายในโอกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษกในพระบาทสมเด็จ<br />
พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๙ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระบรมราชานุญาต<br />
ให้จัดสร้าง พร้อมกับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเรือว่า &quot;เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙&quot;&nbsp;<br />
เรือลำดังกล่าวมีฐานะเป็นเรือพระที่นั่งรองทอดบัลลังก์กัญญา</p>

<p>สำหรับขั้นตอนการจัดสร้างเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ แบบเรือได้คงขนาดและลักษณะ<br />
ของลวดลายแกะสลักทั้งหลายไว้ตามแบบเรือพระที่นั่งลำเก่า แต่ได้ปรับปรุงให้โขนเรือมีความสูงเพิ่มขึ้น และส่วนที่เป็นรูปพระครุฑพ่าห์ก็ออกแบบให้มีความงดงามยิ่งขึ้น พร้อมทั้งได้ขยายพื้นที่ของลำเรือให้กว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะส่วนที่ทอดบัลลังก์กัญญาและประดับเครื่องสูงทั้งหลาย เริ่มดำเนินการสร้างตั้งแต่ วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๗ กรมอู่ทหารเรือรับเป็นผู้จัดสร้างตัวเรือ พาย และคัดฉาก ส่วนกรมศิลปากรเป็นผู้ดูแลการออกแบบแกะสลักลวดลายตลอดจนการลงรักปิดทองประดับกระจก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;<br />
บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางกระดูกงูเรือ ณ กรมอู่ทหารเรือ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๗ และ<br />
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งยังเป็นสยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในพิธีปล่อยเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ ลงน้ำเมื่อวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๙</p>

<p>สำหรับการฝึกจัดรูปกระบวน ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ประกอบด้วย การซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่ ก่อนที่จะมีพิธีจริงในวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ โดยมีขั้นตอนที่สำคัญคือ การซ้อมย่อย ๑๐ ครั้งในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม โดยการซ้อมย่อยครั้งแรกในวันจันทร์ที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๙ (วันที่ ๑๗, ๒๐, ๒๗ สิงหาคม วันที่ ๓, ๘, ๑๗, ๒๓ กันยายน วันที่ ๒, ๘, ๑๕ ตุลาคม) และการซ้อมใหญ่ ๒ ครั้ง ในวันที่ ๒๑ และ ๒๘ ตุลาคม&nbsp; ก่อนการจัดพระราชพิธี&nbsp; ซึ่งประชาชนสามารถมีส่วนร่วมโดยรับชมการฝึกซ้อมและร่วมรับเสด็จฯ&nbsp;<br />
ได้ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่สะพานกรุงธนถึงวัดอรุณราชวราราม โดยกำลังพลกองทัพเรือทุกนาย<br />
มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีอันสำคัญยิ่งนี้ และมุ่งมั่นในการทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง&nbsp;<br />
เพื่อให้การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ<br />
กองประชาสัมพันธ์<br />
สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/file/get/file/2026080795d68d49d863313ca198f5443e2c9c25100323.jpg' type='image/jpg' length='263617' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เรียนรู้ความเรียบง่ายผ่านมื้อพระกระยาหาร แนวทางอภิบาลพระราชโอรส-พระราชธิดาฉบับสมเด็จแม่แห่งแผ่นดิน]]></title>
<link>https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/529450</link>
<guid isPermaLink="false">2abb300e8b73448b3dd6a221e37346b0</guid>
<pubDate>Fri, 07 Aug 2026 09:30:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เรียนรู้ความเรียบง่ายผ่านมื้อพระกระยาหาร<br />
แนวทางอภิบาลพระราชโอรส-พระราชธิดาฉบับสมเด็จแม่แห่งแผ่นดิน</p>

<p>การปลูกฝังทักษะการปรับตัวและการดำรงพระองค์อย่างเรียบง่าย เป็นหนึ่งในแนวทางการอภิบาลพระราชโอรสและพระราชธิดาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเตรียมความพร้อมให้ทุกพระองค์ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เพื่อรับพระราชภารกิจอันยิ่งใหญ่ในอนาคต</p>

<p>เมื่อถึงเวลาเสวย พระองค์ทรงอบรมมิให้เจ้าฟ้าทุกพระองค์ทรงเลือกพระกระยาหาร ห้องเครื่องจัดถวายพระกระยาหารสิ่งใด ก็ต้องทรงเสวยให้ได้ แม้แต่สิ่งที่ไม่โปรด เช่น ผักนานาชนิด ก็ทรงให้ฝึกเสวยจนทรงคุ้นเคย</p>

<p>แนวพระราชดำริในการอภิบาลเช่นนี้มีเหตุผลอันลึกซึ้ง เพื่อเตรียมความพร้อมเมื่อต้องตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทรงงานในทุกพื้นที่ รวมทั้งเมื่อเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างถิ่น จะได้ทรงสามารถปรับพระองค์และเสวยพระกระยาหารได้โดยง่าย โดยไม่ทำให้เจ้าภาพหรือผู้จัดถวายต้องรู้สึกกังวลหรือเสียใจ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/file/get/file/202608074cd423914d6e8f11ea532e9a61e8636d093041.jpg' type='image/jpg' length='170508' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[การติดตามความก้าวหน้าโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย “พัฒนาหุบกะพง–ห้วยทรายใต้” จังหวัดเพชรบุรี]]></title>
<link>https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/529423</link>
<guid isPermaLink="false">545423a1b466b994dc9d03196878bdda</guid>
<pubDate>Fri, 07 Aug 2026 08:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>การติดตามความก้าวหน้าโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย &ldquo;พัฒนาหุบกะพง&ndash;ห้วยทรายใต้&rdquo; จังหวัดเพชรบุรี</p>

<p>วันนี้ (๖ ส.ค. ๖๙) เวลา ๐๘.๓๐ น. พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp; เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการพระราชดำริตามพระบรมราโชบาย &ldquo;พัฒนาหุบกะพง&ndash;ห้วยทรายใต้&rdquo; จังหวัดเพชรบุรี ณ ห้องประชุมรังสิพราหมณกุล ค่ายนเรศวร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยมี นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม</p>

<p>โอกาสนี้ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ที่ปรึกษาพิเศษด้านงานจิตอาสาและโครงการพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรี และนายยงยุทธ สุทธิชื่น ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านระดับสูง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมและลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้วย</p>

<p>ที่ประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาจังหวัดเพชรบุรีในพื้นที่หุบกะพง&ndash;ห้วยทรายใต้ โดยรับฟังผลการดำเนินงานจากคณะกรรมการขับเคลื่อนการบริหารจัดการโครงการพัฒนาพื้นที่หุบกะพงและห้วยทรายใต้ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีรายงานภาพรวมการดำเนินงาน พร้อมรับฟังรายงานความก้าวหน้าจากกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ การก่อสร้างและการปรับปรุงภูมิทัศน์ กรมชลประทาน เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่หุบกะพงและห้วยทรายใต้ ตลอดจนผลการดำเนินงานของกองทัพบกและภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุนโครงการ พร้อมทั้งหารือแนวทางการดำเนินงานของคณะผู้บริหารและที่ปรึกษา เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ตามพระบรมราโชบายให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน</p>

<p>ภายหลังการประชุม คณะได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน ณ พื้นที่ก่อสร้างแก้มลิงลำห้วยใหญ่ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้านการก่อสร้างและการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำ จากนั้น เดินทางไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ เพื่อติดความคืบหน้าที่สำคัญในการก่อสร้างและปรับปรุงภูมิทัศน์รอบอ่างเก็บน้ำ ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ดำเนินการปรับปรุงเส้นทางรอบอ่างระยะทาง 3.3 กิโลเมตร และจะพัฒนาเป็นถนน ทางจักรยาน และทางวิ่ง ต่อไป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/file/get/file/20260807afc1185d2e192d2e2f6b714642718341085217.jpg' type='image/jpg' length='162508' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[🇹🇭 Soft Power ของไทย พร้อมก้าวสู่เวทีโลก]]></title>
<link>https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/529406</link>
<guid isPermaLink="false">de61a5ceb56889105970f52c5907f3fc</guid>
<pubDate>Fri, 07 Aug 2026 08:13:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>🇹🇭 Soft Power ของไทย พร้อมก้าวสู่เวทีโลก<br />
.<br />
37 ลวดลายผ้าไทยจาก 26 ชุมชน วัตถุดิบ GI จากทั่วประเทศ และรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจในการกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง คือสิ่งที่ประเทศไทยพร้อมนำเสนอและถ่ายทอดสู่ผู้แทนจากกว่า 191 ประเทศทั่วโลก ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569<br />
.<br />
✨ อีกก้าวสำคัญให้โลกจดจำประเทศไทย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/file/get/file/2026080781a9d587c2965c98206bce7f99106d03081347.jpg' type='image/jpg' length='306554' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พาณิชย์” เปิดงาน Franchise Expo Thailand by Smart SME Expo เปิดโอกาสธุรกิจ-แฟรนไชส์ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ]]></title>
<link>https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/529400</link>
<guid isPermaLink="false">2b692893ec47afcd499529a91cf8ccd4</guid>
<pubDate>Fri, 07 Aug 2026 07:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&ldquo;พาณิชย์&rdquo; เปิดงาน Franchise Expo Thailand by Smart SME Expo เปิดโอกาสธุรกิจ-แฟรนไชส์ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ</p>

<p>นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดงาน &ldquo;Franchise Expo Thailand by Smart SME Expo&rdquo; ซึ่งเป็นงานแสดงธุรกิจแฟรนไชส์ชั้นนำ จัดโดย บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชัน จำกัด ระหว่างวันที่ 6 - 9 สิงหาคม 2569 ณ Hall 6 - 8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี&nbsp;<br />
เพื่อยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจที่ต้องการขยายกิจการผ่านระบบแฟรนไชส์ ภายในงานมีธุรกิจแฟรนไชส์ 250 แบรนด์ชั้นนำ ทั้งด้านอาหาร เครื่องดื่ม ธุรกิจบริการ ความงามและสปา ค้าปลีก และกิจกรรม<br />
ครบวงจร มีการให้คำปรึกษาด้านการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์แบบตัวต่อตัวโดยผู้เชี่ยวชาญ สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ด้วยแฟรนไชส์ และมีธนาคารและสถาบันการเงิน ให้คำปรึกษาด้านการขอสินเชื่อเพื่อการลงทุน พร้อมทำเลค้าขายทั่วประเทศ ขอเชิญชวนผู้ที่กำลังมองหาอาชีพ คนว่างงาน วัยเกษียณ รวมทั้งผู้สนใจลงทุน มาร่วมจุดประกายไอเดียในการเริ่มต้นธุรกิจและอาชีพ เติมองค์ความรู้เพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจให้ก้าวทันโลก&nbsp;<br />
สร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่เข้มแข็งพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโต และเกิดการสร้างอาชีพให้กับประชาชนที่สนใจนำธุรกิจแฟรนไชส์ไปสร้างรายได้เพิ่มให้กับตนเองและครอบครัว คาดว่างานนี้จะสร้างเม็ดเงินราว 220 ล้านบาท อีกทั้งยังมีโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส&rdquo; รัฐสนับสนุนค่าแพ็กเกจแฟรนไชส์ 50% สูงสุดรายละ 10,000 บาท เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับผู้ที่สนใจลงทุนด้วยธุรกิจแฟรนไชส์ โดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) พร้อมค้ำประกันสินเชื่อให้กับ SMEs ที่สนใจเข้าร่วมแคมเปญ &ldquo;ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส&rdquo; เพื่อให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์ที่ยังมีเงินลงทุนไม่เพียงพอ สามารถเข้าถึงสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อช่วยลดข้อจำกัดในการเริ่มต้นธุรกิจ</p>

<p>#FranchiseExpoThailandbySmartSMEExpo #เปิดโอกาสธุรกิจแฟรนไชส์ #ช่วยSMEsเข้าถึงสินเชื่อ&nbsp;<br />
#กระทรวงพาณิชย์ #กระทรวงการคลัง #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/file/get/file/202608074aa8ae5c3ec3265f00ed00ee3ddae6af074814.jpg' type='image/jpg' length='173768' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทย-เมียนมา เดินหน้าความร่วมมือทุกมิติ ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน แรงงาน ความมั่นคง คุณภาพน้ำข้ามพรมแดน ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน]]></title>
<link>https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/529399</link>
<guid isPermaLink="false">79bc59d365bd1a3e48b8ab5c92f0375a</guid>
<pubDate>Fri, 07 Aug 2026 07:47:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ไทย-เมียนมา เดินหน้าความร่วมมือทุกมิติ ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน แรงงาน ความมั่นคง คุณภาพน้ำข้ามพรมแดน ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน</p>

<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับ นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่&nbsp;<br />
6 &ndash; 7 สิงหาคม 2569 โดยได้หารือข้อราชการกลุ่มเล็ก และหารือเต็มคณะของทั้งสองฝ่าย เพื่อสานต่อความร่วมมือทวิภาคีในทุกมิติ ผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน พลังงาน การพัฒนา และการแก้ไขปัญหาข้ามแดน เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะผลักดันการดำเนินงานตามแถลงการณ์ร่วมให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งการฟื้นฟูบรรยากาศการค้าและเศรษฐกิจชายแดน ผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้บรรลุเป้าหมาย 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างไทย&ndash;เมียนมา เพื่อคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของแรงงาน ส่งเสริมการจ้างงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งทั้งสองฝ่ายจะเร่งแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน และปัญหามลพิษในแม่น้ำ เพื่อยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนร่วมกัน และร่วมมือในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสำรวจโลกในทางสันติ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ยังได้เข้าร่วมและกล่าวสุนทรพจน์ในงาน Thailand&ndash;Myanmar Business Forum 2026 นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ไทยและเมียนมาพร้อมก้าวสู่บทใหม่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ ปัจจุบันเมียนมาเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย มีมูลค่าการค้าระหว่างกันกว่า 7,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก ขณะที่การลงทุนของไทยในเมียนมาครอบคลุมหลากหลายสาขา ทั้งพลังงาน อุตสาหกรรมการผลิต คมนาคม โลจิสติกส์ การสื่อสาร อสังหาริมทรัพย์ และการท่องเที่ยว&nbsp;</p>

<p>#ไทยเมียนมาเดินหน้าความร่วมมือทุกมิติ #ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน #แรงงานความมั่นคง #คุณภาพน้ำข้ามพรมแดน&nbsp;<br />
#ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน #นายกรัฐมนตรี #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/file/get/file/202608078ddb08d36c7dfb4714acc1992c0732ca074729.jpg' type='image/jpg' length='146240' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["ศุภมาส" ห่วงเทรนด์ดูดไขมันสร้างร่อง 11 สั่ง สคบ. บูรณาการตรวจสอบคลินิกเสริมความงาม ย้ำราคาที่โฆษณาต้องเป็นราคาที่จ่ายจริง]]></title>
<link>https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/529398</link>
<guid isPermaLink="false">0e0bd597a1232695f5d946372cbc07d3</guid>
<pubDate>Fri, 07 Aug 2026 07:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&quot;ศุภมาส&quot; ห่วงเทรนด์ดูดไขมันสร้างร่อง 11 สั่ง สคบ. บูรณาการตรวจสอบคลินิกเสริมความงาม ย้ำราคาที่โฆษณาต้องเป็นราคาที่จ่ายจริง</p>

<p>วันนี้ (6 สิงหาคม 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยถึงกรณีผู้บริโภคร้องเรียนคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่ง หลังเข้ารับบริการดูดไขมันหน้าท้องแบบสร้างร่องกล้ามเนื้อ หรือ &quot;ร่อง 11&quot; โดยเห็นโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในราคา 33,999 บาท แต่ในวันผ่าตัดกลับถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม รวมเป็น 70,000 บาท อีกทั้งผลลัพธ์ที่ได้รับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องบริการ &quot;ไม่ตรงปก&quot; โดยมีนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมติดตามและรายงานผลต่อรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับมอบหมายให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่<br />
.<br />
นางสาวศุภมาสกล่าวว่า ตนสานต่อนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานดูแลประชาชนให้ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อสินค้าและบริการ โดยเฉพาะธุรกิจบริการเสริมความงามที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเข้าถึงประชาชนผ่านสื่อออนไลน์ ตนจึงสั่งการให้ สคบ. ตรวจสอบกรณีดังกล่าวในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ พร้อมประสานข้อมูลกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ซึ่งกำกับดูแลมาตรฐานสถานพยาบาล และแพทยสภา ซึ่งกำกับดูแลมาตรฐานวิชาชีพแพทย์ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นไปอย่างครบถ้วนทุกมิติ<br />
.<br />
&quot;ดิฉันมีความห่วงใยผู้บริโภคที่ตัดสินใจใช้บริการเสริมความงามจากโฆษณาในสื่อออนไลน์ ราคาที่โฆษณาต้องเป็นราคาที่ผู้บริโภคต้องจ่ายจริง หากโฆษณาราคาหนึ่ง แต่กลับเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจนสูงขึ้นกว่าเท่าตัว ผู้บริโภคย่อมเสียเปรียบตั้งแต่ก่อนเริ่มรับบริการ อีกประเด็นหนึ่งคือการให้ผู้บริโภคลงนามในเอกสารที่ระบุว่าไม่รับประกันผลลัพธ์ หรือมีข้อความที่อาจทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถใช้สิทธิเรียกร้องได้ หากเป็นเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมหรือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค สคบ. จะตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมาย&quot; นางสาวศุภมาสกล่าว<br />
.<br />
นางสาวศุภมาสกล่าวต่อว่า ขณะนี้ผู้เสียหายได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ สคบ. แล้ว โดย สคบ. จะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย</p>

<p>นอกจากนี้ สคบ. ได้ยกระดับการกำกับดูแลธุรกิจบริการเสริมความงามด้านสัญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องเปิดเผยรายละเอียดที่สำคัญแก่ผู้บริโภคอย่างชัดเจนก่อนเข้ารับบริการ อาทิ รายการหัตถการหรือการรักษา ค่าใช้จ่ายและค่าบริการทั้งหมด เงื่อนไขการชำระเงิน สิทธิในการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงบริการ ตลอดจน ชื่อแพทย์ผู้ทำหัตถการ เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และข้อมูลที่จำเป็นอื่น ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ พร้อมทั้งป้องกันการใช้ข้อความหรือเงื่อนไขในสัญญาที่ไม่เป็นธรรมแก่ผู้บริโภค<br />
.<br />
นางสาวศุภมาสกล่าวย้ำว่า การคุ้มครองผู้บริโภคต้องเดินควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานของผู้ประกอบธุรกิจที่สุจริต สคบ. จะเดินหน้าตรวจสอบการให้บริการ การกำหนดราคา และเงื่อนไขในสัญญาของธุรกิจบริการเสริมความงามอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการให้บริการและการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงการใช้เงื่อนไขที่เอาเปรียบผู้บริโภค พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและยกระดับมาตรฐานธุรกิจบริการเสริมความงามของประเทศ<br />
.<br />
&quot;ดิฉันขอฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า ก่อนตัดสินใจใช้บริการเสริมความงาม ควรสอบถามราคารวมทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษร อ่านสัญญาและเอกสารยินยอมทุกฉบับให้ครบถ้วนก่อนลงนาม และเก็บหลักฐานโฆษณา ใบเสร็จ รวมถึงสัญญาไว้ทุกครั้ง ความสวยไม่ควรแลกมาด้วยความเสี่ยง และราคาที่โฆษณาต้องเป็นราคาที่จ่ายจริง หากพบการโฆษณาเกินจริง ถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมโดยไม่เป็นธรรม หรือถูกบังคับให้ลงนามในเงื่อนไขที่เสียเปรียบ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ เพื่อให้ สคบ. เข้าไปตรวจสอบและคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย&quot; นางสาวศุภมาสกล่าว</p>

<p>////</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/file/get/file/202608075b57e58e499f2fb6b14416b08e0ea3dc070926.jpg' type='image/jpg' length='74986' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เปิดโครงการตลาดองค์ความรู้สู่การพัฒนาเกษตรนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย]]></title>
<link>https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/529153</link>
<guid isPermaLink="false">0a81163582568dab7c5c1c945d2e67ce</guid>
<pubDate>Thu, 06 Aug 2026 13:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เปิดโครงการตลาดองค์ความรู้สู่การพัฒนาเกษตรนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย พร้อมมอบนโยบายเร่งด่วน สั่งข้าราชการปรับบทบาทเป็น &quot;เพื่อนคู่คิด&quot; ลงพื้นที่ใกล้ชิดเกษตรกร มุ่งเป้าลดต้นทุนการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม<br />
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อส่งเสริมความมั่นคงและยั่งยืนให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ โดยเป็นประธานเปิดโครงการ &quot;ตลาดองค์ความรู้สู่การพัฒนาเกษตรนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย&quot; พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการ ณ อาคารศูนย์ท่องเที่ยวเชิงเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี<br />
โดยมี นายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นผู้กล่าวให้การต้อนรับ พร้อมระบุว่า จังหวัดกาญจนบุรีมีศักยภาพด้านการเกษตรสูง มีพื้นที่เพาะปลูกอุดมสมบูรณ์และมีพืชเศรษฐกิจที่หลากหลาย ทางจังหวัดพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มั่นคง<br />
ในการนี้ นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ซึ่งมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่เกษตรกร เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาศักยภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน<br />
โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวมอบนโยบายสำคัญ โดยเน้นย้ำถึงความท้าทายที่ภาคการเกษตรต้องเผชิญ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และวิกฤตต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งราคาปุ๋ยและราคาน้ำมัน รวมถึงความผันผวนของการแข่งขันในตลาด ดังนั้น การนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามาช่วยจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยมีศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร หรือ ศพก. เป็นกลไกหลักในการถ่ายทอดความรู้<br />
พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำสั่งการให้กรมส่งเสริมการเกษตรและข้าราชการในสังกัด ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้เข้าถึงพื้นที่และใกล้ชิดเกษตรกรมากขึ้น โดยต้องทำหน้าที่เป็นเสมือน &quot;เพื่อนร่วมงาน&quot; ที่คอยสนับสนุนและให้คำปรึกษา ไม่ใช่อยู่ในฐานะเจ้านาย อีกทั้งการให้คำแนะนำเรื่องการลดต้นทุน จะต้องอธิบายให้ชัดเจน มีตัวเลขเปรียบเทียบให้เกษตรกรเห็นภาพอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ยังฝากถึงเกษตรกรที่มาร่วมงาน ให้ใช้โอกาสจากเวทีนี้ในการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ซักถามข้อสงสัย และสร้างเครือข่าย เพื่อนำองค์ความรู้ไปต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนของตนเองต่อไป<br />
จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้าร่วมประชุมมอบนโยบายส่งเสริมการเกษตร แก่เกษตรจังหวัดและผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฯ ในพื้นที่สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 2 จังหวัดราชบุรี ก่อนจะเดินทางไปตรวจติดตามตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัย ร่วมใจช่วยเกษตรกร ที่ลานองค์พระ เขื่อนแม่กลอง ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและพบปะให้กำลังใจเกษตรกรในพื้นที่ต่อไป</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/file/get/file/2026080654dd16a61aa4b85d46371ecf3e272d48130608.jpg' type='image/jpg' length='154718' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["สุขสมรวย"  ลงพื้นที่นครสวรรค์  รับฟังเสียงประชาชน ผลักดัน กองทุนหมู่บ้าน  “ไทยช่วยไทย ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” และ “SML PLUS” เสริมเศรษฐกิจฐานรากชุมชนอย่างยั่งยืน]]></title>
<link>https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/529151</link>
<guid isPermaLink="false">e61ebf0d6b708c56829fc3f3ef7c1b4c</guid>
<pubDate>Thu, 06 Aug 2026 13:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&quot;สุขสมรวย&quot;&nbsp; ลงพื้นที่นครสวรรค์&nbsp; รับฟังเสียงประชาชน ผลักดัน กองทุนหมู่บ้าน&nbsp; &ldquo;ไทยช่วยไทย ดอกเบี้ยคนละครึ่ง&rdquo; และ &ldquo;SML PLUS&rdquo; เสริมเศรษฐกิจฐานรากชุมชนอย่างยั่งยืน</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>6 สิงหาคม 2569&nbsp; นางสุขสมรวย วันทนียกุล&nbsp; รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp; ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.)&nbsp; ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้าน ที่ หอประชุมอำเภอไพศาลี อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์&nbsp; เพื่อสร้างการรับรู้ การดำเนินงานโครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากสมาชิกกองทุนและประชาชน เพื่อนำไปพัฒนานโยบายให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ โดยมีประชาชนในพื้นที่ และสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เข้าร่วมจำนวนมาก</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp; กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ในการจัดทำโครงการ &#39;ไทยช่วยไทย ดอกเบี้ยคนละครึ่ง&#39; และโครงการ &ldquo;SML PLUS&rdquo;&nbsp; พร้อมทั้งรับฟังข้อมูล ปัญหาของสมาชิกกองทุน เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขให้เป็นไปตามข้อเท็จจริง นอกจากนี้ ยังได้ฝากถึงกรรมการกองทุน ที่อาจยังไม่เข้าใจในรายละเอียดของโครงการ โดยจะขอความร่วมมือจากนายอำเภอ พัฒนาการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการช่วยสร้างความเข้าใจต่อไป</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>จากนั้น ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน กองทุนหมู่บ้านวังกรด หมู่ 4 ต.สำโรงชัย อ.ไพศาลี&nbsp; จ.นครสวรรค์&nbsp; และชื่นชมสมาชิกกองทุนหมู่บ้านวังกรด ว่ามีความเข้มแข็งและความสามัคคี ในการดำเนินงานกองทุน ซึ่งมีทั้งการผลิต ไม้กวาด พริกแกง พรมเช็ดเท้า และปลูกผักปลอดสารพิษ&nbsp; พร้อมเน้นย้ำ กับสมาชิกกองทุนว่า รัฐบาลยังคงเร่งขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยเน้นการเพิ่มทุนสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศ เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>#สุขสมรวยวันทนียกุล #รมต.นร. #กองทุนหมู่บ้าน #นครสวรรค์</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/file/get/file/202608060754095bbc7e7d9a26cfa53a0a0e4d43130243.jpg' type='image/jpg' length='259332' />
</item>
</channel>
</rss>
