การฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ คืนรอยยิ้มสู่ชุมชน
เมื่อภัยพิบัติผ่านพ้น ความเสียหายที่หลงเหลืออยู่ยังคงส่งผลต่อชีวิตของประชาชน ทั้งบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย โรงเรียนที่ไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ และเครื่องมือทำมาหากินที่สูญหายไปกับกระแสน้ำ การช่วยเหลือจึงไม่ควรสิ้นสุดลงเพียงการมอบถุงยังชีพ หากต้องก้าวต่อไปสู่การ “ฟื้นฟูชีวิต” ให้ประชาชนสามารถกลับมาดำรงชีวิตได้ตามปกติ
ด้วยพระวิสัยทัศน์ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างครบวงจร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา อดีตองค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ทรงให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ สร้างกำลังใจให้แก่ผู้เดือดร้อนในยามยากให้ผ่านพ้นวิกฤติชีวิตอย่างไม่เดียวดาย และกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง
โครงการสำคัญ คือ “โครงการฟื้นฟูชุมชน บรรเทาทุกข์ บำรุงสุขให้ยั่งยืน” ซึ่งช่วยดำเนินการฟื้นฟูสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน สิ่งปลูกสร้างที่เสียหาย การซ่อมแซมบ้านเรือน โรงเรียน ทำความสะอาดชุมชน ตลอดจนการสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ เพื่อให้ชุมชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อีกครั้ง โดยอาศัยความร่วมมือจากอาสาสมัคร และเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ
เมื่อครั้งเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ณ จังหวัดสงขลา พ.ศ. 2568 มูลนิธิฯ ได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว โดยการสนับสนุน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ในการบริการ fix it – จิตอาสา ดำเนินการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ รถยนต์ และการจัดตั้งโรงครัวพระราชทานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เพื่อช่วยลดภาระค่าใช่จ่ายของประชาชน และช่วยให้สามารถกลับมาประกอบอาชีพและสร้างรายได้ได้เร็วขึ้น
การดำเนินโครงการดังกล่าว สะท้อนพระวิสัยทัศน์ที่ทรงมองไกลกว่า “การช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤต” หากคือการ ช่วยให้ผู้ประสบภัยกลับมามีชีวิตที่มั่นคงอีกครั้ง
ที่มา : มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย
#สืบสานรักษาต่อยอด #มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่งภาฯยามยาก #สภากาชาดไทย
#น้อมดวงใจรำลึกเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ