สมเด็จพระผู้มีญาณสืบมาแต่วงศ์พระอริยเจ้า
“...เกียรติยศนั้นเป็นสิ่งที่มาพร้อมกับ ‘หน้าที่‘ หน้าที่ที่ว่านั้นคืออะไรเล่าสำหรับพระภิกษุ ขอเฉลยว่า คือการดำเนินตามพระพุทธศาสนีที่ทรงอบรมประทานไว้แก่ภิกษุบริษัทจนตลอดพระชนมชีพ ให้บริบูรณ์พร้อมด้วยอัตสมบัติ คือการครองตนในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด มิให้ใครตำหนิได้ว่าพระสาวกของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่งามด้วยศีล ไม่งามด้วยอาจาระ ในขณะเดียวกัน ภิกษุบริษัทต้องปฏิบัติบำเพ็ญตนให้บริบูรณ์ด้วยปรัตถะ คือประโยชน์ของผู้อื่น โดยเฉพาะการอนุเคราะห์เกื้อกูลแก่ชาวโลกโดยทั่วไป...”
พระโอวาท สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช ประทานแก่พระสงฆ์ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนตะวันออก ภาค ๑๐, ๑๑, ๑๒ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐
ย้อนกลับไปเมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๓ ณ วัดสัตตนารถปริวัตร จังหวัดราชบุรี เด็กชายอัมพร ในวัย ๑๓ ปี ได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ บรรพชาเป็นสามเณรในสำนักของพระธรรมเสนานี (เงิน นนฺโท) เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ ตามกุศลเจตนาของบุพการี ที่หวังพึ่งพระพุทธบารมีปัดเป่าอาการป่วยไข้ของบุตรชาย ทว่าเมื่อสามเณรอัมพรได้เล็งเห็นประโยชน์แห่งการบรรพชาด้วยตนเอง ตามคำแนะนำของบุพการีแล้ว จึงตัดสินใจที่จะบำเพ็ญ ‘เนกขัมมบารมี’ สืบวงศ์แห่งพระศาสนาของสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นธงชัยแห่งชีวิต
สามเณรอัมพรจึงเข้าศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักของพระอธิการโสตถิ์ สุมิตฺโต (ต่อมาดำรงสมณศักดิ์ที่พระศรีธรรมานุศาสน์) เจ้าคณะอำเภอเมือง-บางแพ (ธรรมยุต) ณ วัดตรีญาติ จังหวัดราชบุรี ได้นักธรรมชั้นเอกและเป็นสามเณรเปรียญ ถึงเปรียญธรรม ๔ ประโยค
ล่วงถึงพุทธศักราช ๒๔๙๐ เมื่อพระจินดากรมุนี (ทองเจือ จินฺตากโร) รับกิจนิมนต์ไปพำนัก ณ วัดตรีญาติ และพบกับสามเณรอัมพร ผู้มีกิริยามารยาทและคุณสมบัติอันดีในฐานะทายาททางธรรมแห่งพระอริยเจ้า จึงชักชวนให้มาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมในสำนักเรียน “วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม“ ในความปกครองดูแลของพระราชกวี (วาสน์ วาสโน) ถึงวัยอันควรจึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในสำนักนั้น เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๑ ได้ฉายาว่า "อมฺพโร" มีพระเทพโมลี (วาสโน) เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระจินดากรมุนี (จินฺตากโร) เป็นพระกรรมวาจาจารย์
"ญาณแห่งวงศ์พระอริยเจ้า" จึงสืบสายมาแต่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ หรือ “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร)“ สู่ “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร)“ สมเด็จพระสังฆราช ผู้ทรงเป็นสัทธิวิหาริก ผ่านพระธรรมคำสั่งสอนซึ่งพระอริยสาวกแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าได้รับปฏิบัติมา และผ่านวัตรปฏิบัติแห่งพระอริยเจ้าที่สืบวงศ์มาแต่บูรพาจารย์ของสมเด็จพระอุปัชฌายะ ยังให้สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) ผู้ทรงเป็นสัทธิวิหาริก ทรงสืบวงศ์อริยะมาอย่างมั่นคงอย่างมิคลาดเคลื่อน สมด้วยพระโอวาทที่ทรงประพฤติเป็นแบบ แล้วทรงนำมาสั่งสอนศิษยานุศิษย์ผู้สืบวงศ์ในพระองค์อยู่เป็นเนืองนิตย์ว่า "เขาสอนก็ฟัง เขาทำก็ดู เรียนรู้แล้วปฏิบัติ"
อริยวงศ์แห่งพระบูรพาจารย์ ได้ซึมซับถ่ายทอดสู่วิถีพระชนมชีพ ทรงพระเจริญขึ้นเป็นแบบอย่างของศิษยานุศิษย์ จวบถึงบัดนี้ บรรลุศุภมงคลสมัยปีที่ ๙๙ แห่งพระชนมายุย่างสู่ศตวรรษ สมดั่งมงคลราชทินนาม "สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ" ผู้ทรงรับสืบทอดสายธารแห่งญาณทัศน์ ฉายชัดเชิดชูวงศ์แห่งพระอริยเจ้าให้เจริญขึ้นด้วยธรรม เป็นที่พึ่งพำนักอันร่มเย็นของพุทธบริษัททั่วหน้า
ร่วมน้อมถวายสักการะและเรียนรู้รอยทางธรรมในซีรีส์พิเศษชุด "๙๙ พรรษา สมเด็จพระสังฆราช" พบกัน ทุกวันศุกร์ ณ เพจ ๙๙ พรรษา สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
#99พรรษาสมเด็จพระสังฆราช #สมเด็จพระสังฆราช
#วัดราชบพิธ #ธรรมะจากพระนาม