น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๗

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๗

พระราชกรณียกิจเพื่อประชาชนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ภายหลังจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๗) สวรรคต สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จนิวัติสู่ประเทศไทยตามคำกราบเชิญของคณะรัฐบาล เมื่อเสด็จนิวัตประเทศไทย สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๗ ได้ประทับที่วังสระปทุม ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างต่อเนื่อง และยังทรงมีบทบาทในการสนับสนุนงานของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ ๙) ด้วย

หลังจากนั้นได้เสด็จฯ ไปประทับ ณ สวนบ้านแก้ว จังหวัดจันทบุรี ทรงใช้เวลาส่วนใหญ่พัฒนาพื้นที่ ให้เป็นสวนเกษตร พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ให้บ้านสวนแก้วปลูกพืชผักสวนครัวและไม้ผลนานาชนิด ทั้งที่เป็นพืชท้องถิ่นและไม้ผลจากถิ่นอื่น ด้วยพระราชประสงค์ให้เป็นสวนตัวอย่างมากกว่าเป็นการค้า โดยทรงทดลองว่าการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ชนิดใดได้ผลดีแล้วจึงโปรดเกล้าฯ ให้นำความรู้นั้นเผยแพร่แก่ประชาชน สร้างอาชีพทั้งด้านการเกษตรและด้านหัตถศิลป์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจการทอเสื่อพื้นบ้านจันทบูรณ์ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทรงมีพระราชดำริว่า

“มีหนทางอย่างไรบ้างที่จะให้การทอเสื่อเป็นอาชีพของคนเมืองจันท์เราจะเอาเสื่อมาทำขึ้นมาเป็นรูปแบบต่างๆ”

ทรงใช้เวลาประมาณ ๕ ปี พัฒนาคุณภาพการทอเสื่อของเสื่อกกจันทบูร ให้มีสีสัน ทรงคิดลายใหม่ๆ และทรงทอด้วยพระองค์เอง โปรดให้ดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบ โปรดเกล้าฯ ให้ติดแผ่นป้ายเล็กๆ ไว้ด้านหลังหรือด้านในผลิตภัณฑ์ พระราชทานเครื่องหมายเป็นรูปคนหาบกระจาด ข้อความว่า “ส.บ.ก. อุสาหกรรมชาวบ้านและหัตถกรรม” หมายความว่าอุตสาหกรรมชาวบ้านจากสวนบ้านแก้ว ผลิตภัณฑ์เสื่อนี้นับเป็นกิจกรรมที่สวนบ้านแก้วสามารถทำรายได้มาจุนเจือ ทั้งยังได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์สำคัญของชาวถิ่นจันท์ที่ได้รับความนิยมมากทั้งในประเทศและในหมู่ชาวต่างประเทศ

ระหว่างที่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ประทับ ณ จังหวัดจันทบุรีนั้น พระองค์               ทรงมีพระราชกรณียกิจสำคัญอันนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานไว้แก่ชาวจันทบุรี นั่นคือ การพระราชทานพระราชานุเคราะห์แก่โรงพยาบาลจันทบุรี อีกทั้งทรงขอการสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อปรับปรุงและขยายโรงพยาบาลจันทบุรีเพื่อเพิ่มการให้บริการประชาชนจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติให้เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงพยาบาลพระปกเกล้า” เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระบรมราชานุสรณ์แด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว อีกทั้งพระองค์ทรงรับโรงพยาบาลพระปกเกล้าและวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้าไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นอกจากนี้ยังทรงตั้ง “ทุนประชาธิปก” ประกอบด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และเงินบริจาค ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็น “มูลนิธิประชาธิปก” 

เมื่อสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี มีพระชนมายุสูงขึ้นพระองค์จึงมิได้เสด็จฯ ไปประทับที่สวนบ้านแก้วแล้ว ดังนั้น เมื่อกระทรวงศึกษาธิการต้องการหาที่ดินเพื่อจัดตั้งวิทยาลัยครูจันทบุรี พระองค์จึงตัดสินพระราชหฤทัยมอบสวนบ้านแก้วให้แก่กระทรวงศึกษาธิการเพื่อจัดตั้งเป็นสถาบันการศึกษาระดับสูงสำหรับพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียง โดยทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเงินเป็นค่าตอบแทนซึ่งนับเป็นจำนวนที่ไม่มากนักหากเทียบกับทุกสิ่งที่สรรค์สร้างไว้ ณ สวนบ้านแก้ว ซึ่งภายหลังสถาบันการศึกษาดังกล่าวได้รับพระราชทานนามว่า “วิทยาลัยรำไพพรรณี” และต่อมาเปลี่ยนเป็นสถาบันราชภัฏรำไพพรรณี และมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ตามลำดับ จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ได้พระราชทานโอกาสทางการศึกษา และการพัฒนาในด้านต่าง ๆ อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวพระราชดำริแห่งในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตราษฎรให้อยู่ดีกินดี
พระนาม “รำไพพรรณี” ซึ่งมีนัยแห่งความผ่องใสเจิดจ้า เปรียบประหนึ่งแสงที่ยังคงส่องประกายในทุกวัน มิได้จำกัดอยู่เพียงห้วงเวลาใดห้วงเวลาหนึ่ง หากทอดยาวจากอดีต สู่ปัจจุบัน และจะยังคงส่องสว่างในความทรงจำของแผ่นดินตราบนิรันดร์ เพื่อเตือนใจให้คนไทยเห็นคุณค่าของความเสียสละ ความมั่นคง และการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งเมตตาธรรม  เป็นที่ยอมรับของคนไทยและอารยประเทศทั่วโลก

#น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี #พระบรมราชินีในรัชกาลที่๗
#รำไพพรรณีศรีแห่งสยาม
#๑๐๐ปีการสถาปนาสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี
#พระบรมราชินีในรัชกาลที่๗


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
Tag