เมื่อยูเนสโกประกาศยกย่องวาระครบรอบ 100 ปี พระบรมราชสมภพรัชกาลที่ 9
นานาชาติดุจร่วมประสานเสียงสดุดีพระมหากษัตริย์นักพัฒนาแห่งแผ่นดินไทย
พระราชจริยวัตรเรียบง่ายกลับงดงามดุจแสงเทียนนำทางโลกอันสับสน
จากเศรษฐกิจพอเพียงสู่ปณิธานแห่งความยั่งยืน ล้วนสืบต่อเป็นมรดกเพื่อมนุษยชาติ
และคือความภาคภูมิใจที่ชาวไทยพร้อมร่วมสานต่อ แสงแห่งพระปัญญาสู่กาลนิรันดร์
องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) มีมติประกาศยกย่องประเทศไทยให้ร่วมอยู่ในโครงการเฉลิมฉลองวาระสำคัญ (Anniversaries Celebration) ประจำปี ค.ศ. 2026–2027 (พ.ศ. 2569–2570) ในการประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 43 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองซามาร์คานด์ สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน โดยบรรจุ “งานฉลองครบ 100 ปี วันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” ไว้ในรายชื่อวาระสำคัญของโลก
เกียรติยศครั้งนี้ดุจแสงเรืองรองจากเวทีนานาชาติ สะท้อนถึงพระเกียรติคุณอันใหญ่หลวงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้ทรงอุทิศพระวรกายและพระปรีชาสามารถเพื่อประโยชน์สุขของปวงชน ตรงกับอุดมคติของยูเนสโกในการส่งเสริมการศึกษา วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม และสังคมศาสตร์เพื่อสันติภาพและความรุ่งเรืองของมนุษยชาติ
กว่า 4,000 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งแต่การจัดการน้ำ เกษตร สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการพัฒนาชุมชน เปรียบดังสายน้ำแห่งพระราชหฤทัยที่หล่อเลี้ยงผืนแผ่นดินไทยอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย และพระราชทาน “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นประทีปนำทางโลกยุคปั่นป่วน จนทั่วโลกยกย่องพระองค์ในฐานะ “พระมหากษัตริย์นักพัฒนา”
การประกาศยกย่องของยูเนสโกครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการถวายสดุดีต่อพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ หากยังเป็นสัญลักษณ์แห่งการยอมรับจากประชาคมโลกต่อพระราชปณิธานด้านความเสมอภาค การศึกษา และสันติภาพ อันเป็นมรดกที่ชาวไทยทุกคนภาคภูมิใจ และคือแรงบันดาลใจให้เราสืบสานงานของพระองค์เพื่อความผาสุกของสรรพชีวิต
พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธมฺมสากิโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เคยเล่า เมื่อครั้งยังดำรงสมณศักดิ์ พระธรรมศากยวงศ์วิสุทธิ์ ถึงพระจริยวัตรของในหลวงรัชกาลที่ 9 ไว้อย่างงดงามในหนังสือ ธรรมดีที่พ่อทำ ว่า พระองค์ทรงเป็น “ต้นคิด” ของความพอเพียง และทรงเป็น “ตัวอย่าง” ของความเรียบง่าย ห้องทรงงานขนาดเพียง 3 คูณ 4 เมตร ณ พระตำหนักจิตรลดาฯ อัดแน่นด้วยอุปกรณ์ทำงานนานาชนิด วิทยุ โทรศัพท์ โทรทัศน์ แผนที่ เครื่องบันทึกเสียง ไม่ใช่เพื่อความสะดวกสบาย หากเพื่อประชาชนทั้งแผ่นดิน
เมื่อเสด็จฯ ออกตรวจพื้นที่ พระองค์ทรงรับสั่งเสมอว่า “ไม่ควรสิ้นเปลือง” รถพระที่นั่งจึงมิใช่ขบวนยาวเหยียด หากเป็นเพียงรถไม่กี่คันนั่งรวมกันอย่างพอเพียง จนข้าราชบริพารขนานนามว่า “นั่งรถหารสอง” นี่คือความพอดีที่ไม่ต้องประกาศ แต่สะท้อนผ่านการกระทำวันแล้ววันเล่า
พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ยังกล่าวว่า โลกยุคปัจจุบันมีเทคโนโลยีก้าวล้ำ แต่กลับหลงลืมว่าควรใช้เพื่ออะไร และใช้เพื่อใคร พระองค์จึงชี้ว่า ถนนสายยั่งยืนต้องเชื่อมเทคโนโลยีเข้ากับเศรษฐกิจพอเพียง สิ่งที่โลกกำลังขาด
ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงดำเนินตามแนวทางเดียวกัน คือ “รักษา-สืบสาน-ต่อยอด” ให้ความยั่งยืนไม่ใช่คำสวยงาม หากเป็นการกระทำที่คงอยู่ดังรากศัพท์บาลีที่ว่า “ทรงไว้เหมือนเดิม” คือทรงไว้ด้วยการปฏิบัติ
พระองค์จึงทรงนำทางสายกลางสู่เวทีโลก หากวันหนึ่งโลกสามารถยึดหลักนี้เป็นวาระร่วม เราอาจมีความหวังใหม่ท่ามกลางความวุ่นวาย
และสุดท้าย หากประเทศไทยสามารถนำเสนอแก่นแท้ของพุทธธรรมที่มีไว้เพื่อ “ประโยชน์มหาชน” เพื่อคลี่คลายความทุกข์ของผู้คน นั่นย่อมเป็นอีกพลังหนึ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงความหวังของมนุษยชาติ เท่าที่เหตุปัจจัยจะเอื้อ และเท่าที่เราทำได้ด้วยสุดใจ
#NBTConnext #คนคลองกระแชง #เล่าเท่าที่รู้